ประวัติพระนางศรีสะเกศ(เดิม)
พระนางศรีสระผม


 

                   เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ร่วมกับสมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พ่อค้า  ประชาชนในจังหวัดศรีสะเกษ  ได้ร่วมกันจัดสร้างรูปหล่อประนางศรีสะเกศขึ้นเพื่อประดิษฐานไว้เป็นสมบัติคู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่สักการะของคนทั่วไป

                    รูปหล่อพระนางศรีสระเกศ สร้างด้วยโลหะทองเหลืองรมดำ ขนาดเท่าคนจริง ออกแบบโดยอาจารย์พจน์ หวลมานพ แห่งวิทยาลัยเพาะช่างกรุงเทพฯ และได้ทำพิธีอัญเชิญพระนางศรีสระเกศประดิษฐานบนแท่น เมื่อวันที่  10  ธันวาคม  2524

                      ตามตำนานพระนางศรีสระผม (ชื่อเดิม)  เป็นคนสัญชาติกล่อม (ขอมแท้)  ตามสันนิษฐานเข้าใจว่าเป็นราชธิดาของท้าวสุริยวรมันกับพระนางพิณสวัณคราวดี   ตำแหน่งเป็นอุปราชครองพิมานมงคลในแคว้นโคตรบูร   พระนางศรีสระผมเป็นผู้อำนวยการสร้างปราสาทสระกำแพง  เป็นผู้รู้วิชานาฎศิลปะ  ชำนาญการฟ้อนรำ ทรงเป็นครูฝึกหัดการฟ้อนรำ  ทรงเป็นประธานในพิธีถวายเทวาลัยปราสาทสระกำแพง พระนางศรีฯ ได้เข้าพิธีสรงสนานลงอาบน้ำสระผมในสระกำแพง แต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศสวยงาม  มีดนตรีบรรเลง   ทรงฟ้อนรำบวงสรวงเดี่ยวหน้าเทวรูปพระวิษณุ  อัญเชิญเทพเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ศักดานุภาพมารับมอบเทวาลัยเป็นที่สิงสถิต คนทั่วไปได้ซาบซึ้งและระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น จึงได้เรียกขานว่าพระนางศรีสระผม ต่อมาพระบาท-สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าพระราชทานให้ตั้งเมืองใหม่   แยกจาก  “เมืองขุขันธ์”  ชื่อว่า “เมืองศรีสะเกษ”   เพื่อเป็นการให้เกียรติและเป็นอนุสรณ์แก่พระนางศรีสระผม

                  ต่อมาได้มีการเปลี่ยนการเรียกชื่อรูปเคารพ  ของพระนางศรีสระผม  (เดิม)   เปลี่ยนเป็น “พระนางศรีสระเกศ”  เพื่อให้สอดคล้องและกลมกลืนกับวัฒนธรรมและสังคมของเมืองศรีสะเกษ และให้เกิดความถูกต้องกับสถานที่ตั้งและให้ประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ สามารถจดจำชื่อและเป็นเอกลักษณ์ของเมืองได้ตลอดจนใช้เป็นชื่อเรียกทางราชการต่อไปในภายหน้า

                  เมืองศรีสะเกษ ได้วิวัฒนาการ เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมาตามกาลสมัย ดังได้ปรากฏทุกวันนี้ ขอวิญญาณของพระนางศรีผู้ฝากคุณงามความดี เป็นชื่อเมืองนี้  อันเป็นสัญลักษณ์มิ่งมงคลอันดีงามของเมืองศรีสะเกษ